Asama Cafe’ กาแฟแก้วนี้ ชงด้วยใจ

asama-cafe17

เพื่อนๆยังจำได้ไหมคะ? ว่าครั้งก่อนที่เราพาเพื่อนๆไปทานอาหารไทยฝีมือประณีตร้านหนึ่งที่มีชื่อว่า “ครัวย่า” ในหมู่บ้านเชียงใหม่เลคแลนด์ แล้วยังได้เกริ่นไว้ถึงร้านกาแฟของหลานสาวคุณย่าที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันที่มีชื่อว่า “Asama Cafe” วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปเจาะลึกกันค่ะว่าร้านกาแฟเล็กๆแห่งนี้มีดีอย่างไร มีความพิเศษมากแค่ไหน ขอบอกไว้เลยว่า “ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนค่ะ”

asama-cafe7

ร้าน A/sa/ma Cafe’ (เขียนตามแบบดั้งเดิมของที่ร้าน อ่านว่า อะ-สะ-มา คา-เฟ่) ตั้งชื่อร้านตามชื่อจริงของเจ้าของคือคุณอสมา หรือชื่อเล่นว่าคุณมุก ศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์ แห่งรั้วจามจุรี (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ซึ่งเดินทางตามความฝันของตัวเองด้วย Passion และ Inspiration ที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม คุณมุกเริ่มต้นเข้าวงการกาแฟเหมือนกับเราๆทั่วไปเลยค่ะ คือเริ่มจากการดื่มกาแฟก่อน จากการที่เป็นคนรักในกลิ่นและรสชาติของกาแฟ จึงได้ไปเรียนชงกาแฟจนได้ขยับตำแหน่งจากคนดื่มกาแฟกลายเป็นบาริสต้าในที่สุด

คุณมุกเล่าว่าหลังจากที่เรียนจบจากจุฬาฯแล้ว คุณมุกก็ใช้ชีวิตทำงานในออฟฟิศอยู่พักหนึ่ง แต่ด้วยความหลงไหลในกรุ่นกลิ่นของกาแฟจึงได้มาทำงานพาร์ทไทม์เป็นบาริสต้าอยู่ที่ร้านกาแฟกลางเมืองเชียงใหม่ชื่อร้านคาพามาร่า (Pacamara) ซึ่งคอกาแฟชาวเชียงใหม่คงรู้จักกันเป็นอย่างดี จากนั้น ด้วยความที่ที่บ้านทำร้านอาหารอยู่แล้ว (ครัวย่า) คุณมุกจึงได้กลับมาช่วยที่บ้านดูแลกิจการของครอบครัวแต่ก็ยังไม่ทิ้งความรักในกาแฟจึงได้เปิดร้านกาแฟเล็กๆอยู่ในบริเวณเดียวกับร้านครัวย่านั่นเอง

asama-cafe4

จากการที่ได้นั่งพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ๆ ทำให้สัมผัสได้ว่าผู้หญิงคนนี้..มีของค่ะ! ทุกครั้งที่พูดเกี่ยวกับเรื่องกาแฟ แววตาที่มุ่งมั่นของเด็กสาวคนหนึ่งซึ่ง “คลั่ง” ในเรื่องกาแฟเอามากๆจะเปล่งประกายออกมาให้พวกเราได้เห็น แบบที่ไม่ว่าใครที่ได้คุยกับเธอจะต้องรู้สึกได้อย่างแน่นอน คุณมุกมีความเห็นว่าการชงกาแฟนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมีรายละเอียดปลีกย่อยอยู่มากมาย โดยเฉพาะการชงกาแฟให้มีรสชาติ “ดี” และ “คงที่” เธอเล่าให้ฟังว่ารสชาติของกาแฟจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์กาแฟ สภาพพื้นที่ที่ใช้ปลูกกาแฟ การคั่วกาแฟ การบดกาแฟ เทคนิคการแทมปิ้ง (Tamping Technique) หรือแม้แต่อุณหภูมิและความชื้นในแต่ละวัน ก็จะมีผลทำให้รสชาติกาแฟเปลี่ยนไปได้เหมือนกัน บางวันกาแฟจะมีรสชาติเหมือนไวน์ ออกเปรี้ยวนิดๆ (แน่ละที่มีรสเปรี้ยวเพราะผลกาแฟก็เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งนี่นา) แต่บางวันกาแฟก็จะมีรสชาติเหมือนถั่วเหมือนโกโก้ เพราะฉะนั้นเพื่อควบคุมคุณภาพและรสชาติของกาแฟ คุณมุกจึงต้องเป็นคน “ชงกาแฟเองทุกแก้ว” ถ้าวันไหนมีธุระต้องออกไปข้างนอกก็ต้องถึงขนาดปิดร้านชั่วคราวกันเลยทีเดียวล่ะค่ะ

asama-cafe6

เพื่อให้ได้รสชาติที่ตรงกับใจ คุณมุกจึงได้เลือกใช้เครื่องชงกาแฟที่สั่งทำขึ้นมาพิเศษแบบ Custom Made สั่งตรงมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการประกอบและขนส่งมายังประเทศไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2-3 เดือน แต่ช้าก่อนค่ะ…อุปกรณ์ที่ดีนั้นยังไม่อาจการันตีรสชาติของกาแฟได้ดีเท่ากับรางวัลระดับประเทศที่บาริสต้าสาวสวยอย่างคุณมุกได้รับ ไม่ว่าจะเป็น 1st Thailand Indy Barista ภาคเหนือ, 1st Thailand Indy Barista ระดับประเทศ และ 2nd Runner Up National Thailand Barista Champianship ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็สามารถเป็นเครื่องการันตีได้ว่ากาแฟทุกแก้วที่ออกมาเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ทำให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำกับความเป็นกาแฟอย่างแท้จริง

asama-cafe15

นอกจากกาแฟที่มีรสชาติดีแล้ว ที่ Asama Cafe’ ยังมีเค้กอร่อยๆไว้คอยให้บริการอีกด้วยค่ะ โดยทุกรอบที่เค้กมาส่ง คุณมุกจะประกาศยั่วน้ำลายลูกเพจอยู่หน้า Fanpage  ^^” ปกติจะได้เค้กแบบละ 3-4 ชิ้น (เค้กผลิตโดยเพื่อนคุณมุกเอง บอกว่าเห็นวัตถุดิบที่เพื่อนใช้คุณภาพดี และเค้กอร่อยมาก เลยอยากเอามาให้ลูกค้าได้ทานด้วยค่ะ) แต่เนื่องด้วยพื้นที่ร้านที่มีจำกัด ดังนั้นจึงเก็บเค้กไว้รอจำหน่ายได้เพียงไม่มาก เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่อยากพลาดโอกาสในการกินเค้กอร่อยๆแบบนี้ (อย่างวันนี้เค้กช็อคโกแลตหน้านิ่มเหลือชิ้นสุดท้าย ลูกค้ามาทีหลังพวกเราไป 1 ก้าว ก็อดค่ะ ^.^) ขอให้ต่อสายตรงหาคุณมุกเพื่อล็อคคิวเค้กกันไว้ก่อนนะคะ ไม่งั้นเค้กหมดอดกินไม่รู้ด้วยนะ

asama-cafe14

asama-cafe18 asama-cafe19asama-cafe11asama-cafe10

asama-cafe21

asama-cafe9

ร้าน A/sa/ma Cafe’ มีที่นั่งให้ลูกค้าได้เลือกนั่งได้ตามสะดวกเลยค่ะ มุมสระด้านนอกเก้าอี้จะจัดอยู่ในสวนกรวดที่นั่งวางห่างกันนั่งได้ไม่แออัด ใครที่อยากใกล้น้ำหน่อยก็อาจเลือกนั่งที่ชิงช้าริมสระ จิบกาแฟมองน้ำมองต้นไม้ใบหญ้าไปก็เพลินไปอีกแบบ ส่วนใครที่อยากนั่งในห้องแอร์ก็เชิญเข้ามานั่งในร้านได้นะคะ ถึงที่นั่งจะน้อยหน่อยแต่ก็เย็นสบาย แถมยังมีเสียงเจื้อยแจ้วของคุณมุก บาริสต้าสาวที่ไม่เคยหวงความรู้ให้เราคอยซักถามเรื่องน่ารู้ต่างๆเกี่ยวกับกาแฟ อยู่ได้เป็นวันๆไม่มีเบื่อเลยค่ะ

asama-cafe8asama-cafe12asama-cafe2asama-cafe13

ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านกาแฟในดวงใจของพวกเราด้วยเหตุผลง่ายๆอยู่สองอย่าง หนึ่งคือกาแฟรสชาติดี สองคือบาริสต้าที่น่ารักและเป็นกันเอง อะไรจะมีความสุขไปกว่าการนั่งจิบกาแฟชิวๆไปพร้อมๆกับเพื่อนที่คุยถูกคอสักคน จริงไหมคะ?

asama-cafe22

มาเยือนกันอีกรอบ หลังจากที่เคยมานั่งพูดคุยคุณมุกอย่างออกรสชาติเมื่อคราวก่อน คุณมุกวันนี้มาต้อนรับอย่างอ่อนล้านิด ๆ เนื่องจากเพิ่งหมดเทศกาลกินเจ ลูกค้าจึงกลับมาแน่นร้านเหมือนเคย โดยต้องดูแลทั้งร้านอาหาร “ครัวย่า” และร้าน A/sa/ma Cafe’ ร้านกาแฟของคุณมุกเอง แม้จะอ่อนล้าแค่ไหนหากมีลูกค้าเข้าร้านก็พร้อมต้อนรับ การทำงานที่ชอบแม้จะหนักจะเหนื่อยแค่ไหน เราก็ยังเห็นความสุขและสนุกในแววตาของคุณมุกเวลาที่ปรุงกาแฟเสมอ วันนี้เลยเอาขั้นตอนการทำกาแฟอย่างมีความสุขของคุณมุกมาให้เพื่อน ๆ ชมด้วยค่ะ ^^”

asama-cafe23

Espresso Panna Cotta คุณมุกจะเตรียมวันละ 4 แก้วค่ะ  เพื่อต้องการให้ได้ของสดใหม่ในทุกวัน ขั้นตอนการเตรียมคุณมุกจะชั่ง ตวง วัดกันทุกแก้ว เพื่อให้ได้ Panna Cotta เนื้อเนียนนุ่มหวานละมุน เมื่อมีลูกค้าสั่งก็จะราด Espresso Shot เข้มข้นก็พร้อมเสิร์ฟตามภาพแล้วค่ะ ^^”

asama-cafe24

asama-cafe25

Creme Brulee Latte กาแฟเอสเพรสโซ่เข้มข้นปรุงรสด้วยน้ำเชื่อมเครมบรูเล่รสดี แล้วเทนมสดลงในถ้วยกาแฟด้วยการส่ายข้อมือเป็นจังหวะจนเกิดเป็นลวดลายสวยงาม คุณมุกเติมหน้าด้วยคาราเมลบนครีมนมเนียนนุ่มอีกนิด ก็ได้เครื่องดื่มร้อนหอมหวานละมุน ละไม เหมาะกับช่วงเวลาพักผ่อนอันแสนหวานแล้วค่ะ ^^

asama-cafe26

asama-cafe27

Mocha ร้อนของ A/sa/ma ปกติไม่ค่อยได้ทานมอคค่าร้อนสักเท่าไหร่ วันนี้คุณมุกชวนให้ลองบอกว่า “มอคค่าร้อนก็อร่อยนา” โดยเตรียมเอสเพรสโซ่ชอตและผงโกโก้ในแก้ว พร้อมโชว์เทคนิคการเทนมอีกครั้ง เพื่อบรรจงแต่งลวดลายสวยๆ บนแก้ว นอกจากการคัดสรรเมล็ดกาแฟแต่ละสัญชาติที่ความโดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว การตกแต่งศิลปะบนฟองนมหรือ Latte Art ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ชวนให้ดื่มกาแฟร้อนได้เหมือนกันนะคะ ^.^

asama-cafe28

asama-cafe16

ร้าน Asama Cafe เปิดทุกวัน ยกเว้นวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน เช่นเดียวกับร้านครัวย่า (จำง่ายๆว่าปิดวันหวยออก) แต่ถ้าใครอยากชิมกาแฟในวันที่ร้านหยุดล่ะก็ ลองโทรหาเจ้าของร้านดูนะคะ เพราะเคยโทรไปตอนที่ร้านปิดพอดี เจ้าของร้านบอกว่าถ้าจะมาก็จะเปิดร้านให้ค่ะ ร้านกาแฟที่เป็นกันเองแบบนี้จะมีสักกี่ร้านเชียวในเมืองเชียงใหม่ ว่าแล้วก็อย่าลืมไปอุดหนุนกันเยอะๆนะคะ ใครไปไม่ถูกก็เกาะแผนที่ Google ไปกันเลยค่ะ


View Larger Map