Beer Republic ชุมชนของคนรักเบียร์

Beer Republic1

เมื่ออากาศเย็นลง หลายคนคงนึกถึงลานเบียร์กันบ้าง หรือเปล่าค่ะ? วันนี้เราขอนำเสนออีกทางเลือกหนึ่งนอกจากการจิบเบียร์ในบรรยากาศของลานเบียร์ มาละเลียดเบียร์สดนอกชั้นนำกว่า 15 ชนิด ของร้าน “Beer Republic” ซึ่งตั้งอยู่กลางซอยนิมมาน 11
ที่พร้อมจะนำคนที่ชื่นชอบเบียร์เข้าสู่การดื่มด่ำเบียร์สดรสชาติเยี่ยม ด้วยเบียร์ฟองละเอียดหนานุ่ม ฟองฟูสูงสามารถคงตัวอยู่ได้นาน ซึ่งเบียร์แต่ละชนิดที่ทางร้านเลือกมานั้นจะมีกลิ่นหอมและรสเฉพาะตัวที่แตกต่างกันตามการเพาะบ่ม และจะเสิร์ฟมาในแก้วเฉพาะของเบียร์แต่ละยี่ห้อ เพื่อให้ฟองของเบียร์แต่ละชนิดได้วางตัวฟองฟู่อยู่ในแก้วตามแบบที่ควรจะเป็น เพราะฟองละเอียดหนา ๆ นั้นจะช่วยเก็บกลิ่นหอมของเบียร์ไว้จนถึงมือผู้ดื่ม เพื่อเพิ่มอรรถรสให้กับการดื่มเบียร์สดของแหล่งรวมชน คนรักเบียร์ ได้อย่างเต็มที่
โดยทางร้านจะเน้นย้ำ “การจับคู่เบียร์กับอาหาร” ซึ่งทำการปรุงอาหารรสชาติจัดจ้านควบคู่ไปกับการดื่มเบียร์นอกรสเยี่ยม เพื่อเอาใจคนรักเบียร์ ที่ “เบียร์ รีพับบลิค” ขอออกตัวไว้สักนิดว่าไม่ได้ถึงกับเป็นคอเบียร์ เพียงแต่อยากพามาสัมผัสกับรสชาติและศิลปะในการผลิตเบียร์สดแต่ละชนิดว่ามีความแตกต่างอย่างลงตัวค่ะ ^^”

Beer Republic22

Beer Republic เปิดตัวเมื่อปลายปีก่อน ซึ่งมีความตั้งใจที่จะเสนอเบียร์สดชั้นนำ มามอบให้แก่ผู้ที่รักการดื่มเบียร์ในเชียงใหม่ ได้สัมผัสกับเบียร์และอาหารรสเลิศ โดยตั้งอยู่กลางซอย นิมมาน 11 ซึ่งทางร้านแจ้งว่า ลูกค้าสามารถจอดรถในที่เสียเงินได้ทุกทีแล้วนำใบเสร็จค่าที่จอดรถมาแลกเป็นกับแกล้มราคา 50 บาทเช่นถั่ว หรือผักชุบแป้งทอดได้  1 จานค่ะ เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 17.00pm – 24:00pm
และมื้อควบบริการอาหารเช้า อาหารกลางวัน ขนม และเครื่องดื่มกาแฟ น้ำผลไม้สดและปั่น เวลา 9.00am – 17.00pm หรือเรียกว่าเปิดทุกวัน เก้าโมงเช้า – เที่ยงคืนเลยค่ะ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่  053 216568, 081 5314765

Beer Republic17 Beer Republic28 Beer Republic16 Beer Republic26 Beer Republic20

ภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายแบบยุโรปเก่า ให้ความรู้สึกคล้ายกับอยู่ในโรงเบียร์ โดยมีทั้งส่วนที่เป็นบาร์ และโต๊ะทานอาหารไว้ให้ลูกค้าเลือกนั่งตามความชอบ โดยในร้านเน้นที่โทนสีเหลืองสว่าง แล้วตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และหวาย ทำให้ดูอบอุ่น เหมาะแก่การสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อน และครอบครัว เมื่อนั่งโต๊ะปุ๊บเราจะได้เมนูมา 3 อย่างค่ะ ประกอบด้วย เมนูอาหารทานคู่กับเบียร์ เมนูเบียร์สด  และเมนูเบียร์ขวด วันนี้ขอเลือกใช้เมนูเฉพาะ 2 แบบแรกก่อนนะคะ ^.^

Beer Republic14

Beer Republic1

ให้รับรู้ได้ถึงความอร่อย รสชาติหอมละมุนของเบียร์สดนอกแต่ละประเภท ที่ร้านจึงมีเซ็ทตัวอย่างเบียร์ เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกลิ้มลองก่อนว่าจะชอบเบียร์ประเภทไหน โดยจัดเป็น 2 แบบ แบบแรกมีเบียร์ตัวอย่าง 5 รสชาติ บรรจุอยู่ในแก้วขนาด 100 ml. ในราคา 250 บาท แต่ที่นิยมเลือกกันมาก คือแบบ 10 ตัวอย่างเบียร์สดราคา 500 บาท ตามภาพ ซึ่งการเรียงลำดับ 1 – 10 นั้นตามลำดับของการดื่มง่าย ไล่ลำดับความเข้มขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยมีรายละเอียดของเบียร์ดังนี้ค่ะ ^^”

Beer Republic3

Stella Artois Pilsner สเตล่าอาร์ทัวส์ เบียร์เบลเยี่ยม 5.2% สีเหลืองทอง ฟองลอยตัวสูงเพื่อกักเก็บกลิ่นของเบียร์ไว้ จนกว่าจะถึงมือลูกค้า โดยมีรสชาติเฉพาะตัวที่แต่งต่างจากเบียร์ Lager ทั่วไป มีรสขมนิดๆ เจือกับรสหวาน

Warsteiner Verum Pilsner วาร์ซสไตเนอร์ ฟิลสเนอร เบียร์เยอรมัน 4.8% เนื้อสีทองชวนดื่ม มีกลิ่นหอมของขนมปังและดอกฮ็อฟที่เข้ากันอย่างลงตัว ปิดท้ายด้วยรสขมนิดๆ เป็นเบียร์คุณภาพตัวหนึ่งที่น่าลอง

Hoegaarden Rosee ฮูการ์เด้น โรเซ่ เบียร์เบลเยี่ยม 4.9% เบียร์สีชมพู หอมนุ่มและหวานอบอวลของราสเบอรี่เหมาะกับ สาว ๆ หรือกลุ่มผู้เริ่มต้นดื่มเบียร์และผู้ที่ไม่ชอบความขมของดอกฮ็อฟ

Hoegaarden White การ์เด้น ไวท์ เบียร์เบลเยี่ยม 4.9% ฮูการ์เด้น เป็นเบียร์ที่คนไทยเราเริ่มรู้จักกันดี รสชาติอร่อย  ดื่มง่าย หอมกลิ่นเปลือกส้มทำให้รู้สึกสดชื่นและกลิ่นไม้โอ๊กกรุ่นๆ เมื่อยกขึ้นดื่ม เสิร์ฟด้วยแก้วทรงหกเหลี่ยมที่คุ้นเคยกันดี

Erdinger Original Wheat เออดิงเงอร์ ออริจินัล เบียร์เยอรมัน 5.3% สีเหลืองปานกลาง กับครีมฟองหนา กลิ่นหอมโดดเด่นด้วยผลไม้ เครื่องเทศ ธัญพืช และยีสต์ที่ผสมกสานกันอย่างลงตัว ด้วยกรรมวิธีการผลิตในแบบฉบับดั้งเดิมของเบียร์เยอรมัน ซึ่งตัวนี้จะออกรสขมกลาง ๆ

Beer Republic4

Weihenstephaner  Original Wheat Beer ไวเฮนสเตฟานเนอร์ ออริจินอล เบียร์เยอรมัน 5.4% เบียร์สีเหลืองขุ่น ข้าวสาลี หอมกลิ่นฮ็อฟอ่อนๆ ตามติดด้วยกลิ่นหอมของผลไม้ มีความหวานและขมที่ผสมกันอย่างลงตัว ดื่มง่าย รสชาติเยี่ยม

Paulaner Hefe-Weissbier พอลลาเนอร์ เฮฟเฟ ไวเซน เบียร์เยอรมัน 5.5% พรีเมี่ยมเบียร์สีทองอมส้มขุ่นเข้ม  ฟองหนานุ่ม กลิ่นผลไม้นานาชนิด รู้สึกได้ถึงความสดชื่น และมีชีวิตชีวา

Leffe Abbey Brune Ale เลฟ, เอบเบย์บราว เอล เบียร์เบลเยี่ยม 6.5% เบียร์สีน้ำตาลขุ่นอ่อนๆ กับฟองละเอียดนุ่ม ละมุนออกรสเข้มนิด ๆ และตามด้วยรสหวานอ่อน ๆ จากผลไม้ตามด้วยกลิ่นเครื่องเทศเล็กน้อย

Kostritzer Black Lager คอสทริทเซอร์ เบียร์เยอรมันดำ 4.8% เป็นเบียร์ดำประเภทลาเกอร์ มีสีดำออกม่วง รสชาตินุ่มละมุน มีกลิ่นคั่วนิด ๆ ดื่มง่ายน่าลิ้มลอง

Erdinger Dunkel เออดิงเงอร์ ดำ เบียร์เยอรมัน 5.3% เบียร์จากข้าวสาลี ที่มีโฟมเบียร์หนานุ่มโชยกลิ่นขนมปังอบและมอลต์ แถมท้ายด้วยรสซ่านิด ๆ

Beer Republic5

แล้วเราก็มสามารถเลือกดื่มได้ตามที่เราชิมแล้วติดใจได้โดยมีให้เลือก 2 ขนาดคือแก้วเล็กเริ่มต้นที่ 250 – 330ml และ ขนาด 500 ml โดยจะเสิร์ฟเบียร์แต่ละชนิดด้วยแก้วเฉพาะของเบียร์ชนิดนั้น อย่างแก้วใหญ่ที่สั่งนี้คือ Warsteiner Verum Pilsner วาร์ซสไตเนอร์ ฟิลสเนอร ขนาด 500 ml.ราคาแก้วละ 190 บาท
ส่วนHoegaarden Rosee ฮูการ์เด้น โรเซ่ ส่วนหรับผู้เริ่มต้นหัดดื่มเบียร์แก้วเล็ก ขนาด 330 ml ราคา 205 บาท จะคุ้นเคยกันที่แก้วใหญ่ยักษ์ 500 ml กันใช่ไหมค่ะถ้าขนาดนั้นจะอยู่ที่ 275 บาท

Beer Republic6

Beer Republic7

แก้วถัดมาเป็นErdinger Original Wheat เออดิงเงอร์ ออริจินัล เออดิงเงอร์ ดำ ขนาด 330ml ราคาแก้วละ 130 บาท ส่วนErdinger Dunkel ขนาด 330ml 145 บาทค่ะเลือกตามความชอบว่าจะเป็นแบบออริจินัล หรือเบียร์ดำ ^.^

Beer Republic19

มาถึงอาหารที่จะทานคู่กับเบียร์บ้างนะคะ โดยในเมนูทางร้านจะจับคู่มาแนะนำเราอยู่แล้วในแต่ละเมนูอาหาร หรือแนะนำเบื้องต้นดังนี้

เบียร์ดำเช่น Leffe Abbey Brune Ale, Edinger Dunkel เหมาะกับอาหารประเภท เนื้อ สเต๊ก

เบียร์พิลสเนอร์ เช่น Stella Artois Pilsner เหมาะกับอาหารจำพวก สลัด ไก่ แซลมอน หรืออาหารรสจัด

เบียร์ข้าวสาลี เช่น Hoegaarden เหมาะกับอาหารทะเล เช่น เมนูหอยแมลงภู่อบ หรือเมนูไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูอบฟองเบียร์ เป็นต้น

Beer Republic9

การทานเบียร์คู่กับอาหารก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้อรรถรสของการดื่มเบียร์ดีขึ้นได้ถ้าเราเลือกอาหารให้เหมาะกับประเภทของเบียร์นั้นๆ แต่สุดท้าย เราก็เลือกอาหาร ตามที่เราชอบอยู่ดีค่ะ ^^” อาหารที่นี่จะเริ่มต้นที่หนึ่งร้อยต้นๆ แล้วไล่ราคาขึ้นไปตามวัตถุดิบหลัก ส่วนของขบเคี้ยวทานเล่น อยู่ที่ 70บาทขึ้นไปค่ะ

เริ่มกันด้วยนางเอกวันนี้ หอยนางรมสด ๆ ส่งตรงจากฝรั่งเศส ซึ่งจะลงสดใหม่ทุกวันศุกร์ มาเสิร์ฟคู่กับเบียร์รสเยี่ยม พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด จานนี้ 3 ตัวลดราคาช่วงนี้ 200 บาทค่ะ

Beer Republic8

สลัดแซลมอน รมควัน เสิร์ฟตามภาพเลยค่ะ แซลมอนชิ้นใหญ่เต็มคำจัดบนสลัดผักสดโรยหน้าด้วยหอมใหญ่ทานคู่น้ำสลัดคล้ายน้ำมันงารสออกเปรี้ยวนิดๆ  ราคา 120 บาท  จานนี้ตามเมนูแนะนำให้ทานคู่กับ สเตล่าอาร์ทัวส์, ฮูการ์เด้น และเออดิงเงอร์ ออริจินัล

Beer Republic10

พล่าแซลมอนแอปเปิ้ลไซเดอร์ น้ำยำครบรสพร้อมมีเม็ดพริก ระบุไว้เพื่อแจ้งลูกค้าว่าอาหารจานนี้มีรสจัด พร้อมแนะนำให้ทานคู๋กับเบียร์ สเตล่าอาร์ทัวส์, ฮูการ์เด้น จานนี้ 95 บาทค่ะ

Beer Republic13

ปลาหมึกนึ่งมะนาว จานนี้มางงๆ ไม่ทราบเพื่อนสั่งมาได้อย่างไร ปลาหมึกเนื้อแน่นตัวอวบอ้วนนอนอิ่มน้ำราดรสจัด^.^ จำราคาและแหล่งที่มาไม่ได้ค่ะ

Beer Republic11

จานนนี้มีโอกาสได้สั่งเอง ปีกไก่ทอดเบียร์ดำ ปีกไก่บนเนื้อแน่นเหมาะกับเบียร์ดำอย่าง เอบเบย์บราว เอล, คอสทริทเซอร์และเออดิงเงอร์ ดำ ราคา 80 บาทค่ะ

Beer Republic12

ของขบเคี้ยวเล่น ๆ อย่างเม็ดมะม่วง เข้ากันได้กับเบียร์ทุกชนิดค่ะ ราคา 70 บาท

ส่วนจานด้านล่างนี่ไม่ใช่ปลาท่องโก๋นะคะ ชื่อ มอสซาเรลล่าทอด ครั้งที่แล้วเคยสั่งมาทาน ชิ้นเล็กกว่านี้แล้วทานอร่อยกว่านี้ รอบนี้ชิ้นใหญ่ไปหน่อยทานไม่ค่อยทันจนเย็นชืด เลยยังไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ค่ะ ตามเมนูแนะนำให้ทานคู่กับ  วาร์ซสไตเนอร์ ฟิลสเนอร, บาวาเลีย และเออดิงเงอร์ ออริจินัล จานนี้อยู่ที่ 95 บาทค่ะ

Beer Republic18 Beer Republic24

ทางเดินขึ้นสู่ชั้น 2 ของร้าน มีบาร์ให้นั่งรับลมด้านนอก และโซนห้องแอร์มีอีก 7 -8 โต๊ะค่ะ

Beer Republic20

แต่ลูกค้าส่วนใหญ่จะชอบนั่งกันด้านล่าง แบบพัดลมมากว่าค่ะ

Beer Republic15 Beer Republic29

ชิมเสียจนได้บัตรสมาชิกมาด้วยพร้อมรับสิทธิประโยชน์ตามระบุค่ะ ^.^ ซึ่งสุดท้ายนี้การดื่มเครื่องดื่มแอกอฮอล์พอประมาณ อาจให้ประโยชน์แก่ร่างกายได้บ้าง แต่ไม่จำเป็นที่ต้องแนะนำให้ดื่มเพื่อสุขภาพ และดื่มอย่างหนักจนเกินกว่าที่จะควมคุมสติได้ หรือดื่มจนเกิดปัญหาต่อสุขภาพ ต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือต่อหน้าที่การงาน เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนรอบข้าง เมาไม่ขับนะคะ ^.^

Beer Republic35

แว๊บมานัดพบลูกค้าที่ Beer Republic ในช่วงเวลา Brunch Time แบบนี้ คงต้องขอรอเวลาด้วยการสั่ง Brunch Menu ที่อยู่ตรงหน้าเสียหน่อยค่ะ บรรยากาศของ  Beer Republic กลางวันอาจจะไม่ครึกครื้นเท่าเวลาค่ำคืน แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวที่เดินเล่นในย่านนิมมานแวะเวียนเข้ามาบ้างค่ะ พอเล็งหาที่นั่งได้ ผู้จัดการร้านก็เข้ามาแนะนำเมนูมื้อสายเบาๆ ให้ทานพร้อมกับแนะนำกาแฟรสชาติดี ที่ทางร้านนำมาชงให้ลูกค้า กาแฟตัวนี้เป็นกาแฟ Lavazza เมล็ดกาแฟชั้นดีของอิตาลี  กลิ่นหอมกรุ่น ครีมนมละเอียดหนานุ่ม กาแฟรสเข้มข้นแต่ก็นุ่มนวลดื่มง่าย แม้ราคาจะสูงนิ๊ดแต่ก็คุ้มค่ะ คาปูร้อนแก้วนี้ราคา 120 บาท (ถ้าจำไม่ผิดน๊า)

Beer Republic38

พร้อมกับเลือกเมนูเบา ๆ ของมื้อเช้าแต่อิ่มนาน อย่าง Bagel & Lox เป็นขนมปังรูปร่างคล้ายโดนัท จัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพตัวหนึ่งค่ะ แม้จะมีไขมันเทียบเท่ากับขนมปังขาว แต่คาร์โบไฮเดรตของ Bagel มีน้ำตาลอยู่น้อยและอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่สำคัญทานเจ้าก้อนนี้เข้าไปแล้วอิ่มนานลดความอยากกินขนมจุกจิกเลยค่ะ โดยจานนี้ทานคู่กับ แซลมอนรมควันและครีมชีส เพื่อดับความเลี่ยนของแซลมอนรมควันหอมหัวใหญ่ที่เกลียดนัก เราก็สามารถนำมาทานแกล้มได้จนหมดจานค่ะ ^/|^ ได้เลมอนมาเต็มลูกน่าจะพอดี แต่ถ้าเป็นมะนาวเขียวแป้นบ้านเรา ผ่ามาสักซีกก็ดับคาวแซลมอนกองนี้ได้ละคะ

Beer Republic39

Beer Republic31

เมื่อทาน Brunch เสร็จแล้วก็เข้าสู่ช่วงเวลา  11.00 -14.00น.ที่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ผู้จัดการร้านก็มาชวนเราและลูกค้าพูดคุยพร้อมกับแนะนำเบียร์รสชาตินุ่มนวลที่เราไม่เคยลองให้ทดลองดื่มได้ โดยสามารถขอแก้วเล็ก ๆ แบบนี้มาชิม แล้วค่อยสั่งเครื่องดื่มที่ถูกใจ (ว่าจะคุยงานแล้วทานแต่อาหารกันนะคะ ^^ ติดลมจนได้)

Beer Republic32

แก้วนี้คือ La Trappe Witte Trappist ลาทร้าป ไวท์ ทราปปิสท์ เป็นเบียร์ ฮอลแลนด์ 5.5% แอลกอฮอล์ รสชาติคล้าย ฮูการ์เดนท์ ไวท์ ของเบลเยี่ยมค่ะ ฟองฟูหนารสดี ดื่มง่าย โชยกลิ่นเครื่องเทศและมอลล์อ่อนเวลาที่ยกขึ้นดื่ม ตบท้ายด้วยรสซ่านิด ๆ อ้อมีขนาดเดียวที่ 300ml ราคา 195.-ค่ะ

Beer Republic33

ต่อมาสีเหลืองขุ่นสลัวนี้คือ Weihenstephaner Original Wheat Beer Worlds Oldest Brewery ไวเฮนสเตฟานเนอร์ ออริจินัล ไวเซ่น ชื่อยาวประมาณกิโล(กรัม) ^^” เป็นเบียร์ เยอรมัน 5.4% แอลกอฮอล์ หอมหวานด้วยกล้วยและฮอฟอ่อน ๆ เป็นสุดยอดเบียร์ข้าวสาลีรสดีเยี่ยม ดื่มให้อร่อยด้วยอุณหภูมิห้องค่ะ

Beer Republic34

แก้วสุดท้ายนี้ความทรงจำเริ่มเลือนลาง เป็น La Trappe Quadrupel Trappist ลา ทร้าป, ควัดดรูเปล เป็นฮอลแลนด์แต่รสเข้มกว่า ลาทร้าป ไวท์ พอสมควร ด้วย 10% แอลกอฮอล์ และส่วนผสมหนัก ๆ ของ ผลไม้อบแห้งเคลือบคาราเมล ตามด้วยกลิ่นลูกเกดและกล้วยอ่อน ๆ รู้แต่ว่าจิบเดียวก็ไปแล้วค่ะ –.

จบมื้อกลางวันไปอย่างมึนๆ

แผนที่ค่ะ


View Larger Map