Cafe’ De Museum ดินแดนแห่งความทรงจำ

cafe-de-museum10

ช่วงเวลาที่เชียงใหม่อากาศกำลังเย็นสบายแบบนี้ ความสุขของเจ้าถิ่นอย่างเราและผู้มาเยือนคงหนีไม่พ้น การปั่นจักรยาน และขี่มอเตอร์ไซด์เที่ยวเล่นรอบคูเมืองเชียงใหม่ เหนื่อยแล้วก็หาที่นั่งพัก มีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือคาเฟ่ (กาแฟ+อาหาร) ทั้งเก่าและใหม่เปิดให้บริการผู้มาเยือนอยู่ทุกมุมเมือง จากที่เคยตั้งใจไว้ว่าต้องหาเวลาเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ และหอศิลป์ ณ กลางเวียงเชียงใหม่ให้ได้สักครั้ง โอกาสดีอย่างนี้ขอเยี่ยมชมสักหน่อยค่ะ โดยอาคารหลังแรก คือ พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา แต่เดิมคือศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่เป็นอาคารทรงโรมันประยุกต์ดูแข็งแกร่ง แล้วก็สวยงามมากค่ะ ^.^ ซึ่งอาคารหลังนี้เป็นพิพิธภัณฑ์หลังล่าสุดของเชียงใหม่เพื่อใช้จัดแสดงจารีต ประเพณีดั้งเดิมของชาวล้านนา, อาคารหลังที่สอง หอศิลปวัฒนธรรม (ตั้งอยู่หลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์) แต่เดิมคือศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อาคารหลังนี้ใช้จัดแสดงผังเมือง การจัดตั้งเชียงใหม่ และวิถีชีวิตของคนเชียงใหม่, ถัดมาอาคารหลังที่สาม (เดินออกด้านหลังหอศิลปวัฒนธรรม) หอประวัติศาสตร์ซึ่งจะกล่าวถึงเจ้าเมืองเชียงใหม่แต่ละพระองค์ โดยอัตราเข้าชมทัวร์เหมา 3 แห่ง(ราคาคนไทย) 40 บาท ราคาปลีก อาคารละ 20 บาท เหมาเลยละกัน คุ้ม!!!

ด้วยตั้งใจว่าจะเดินให้ครบทั้ง 3 หลัง จึงต้องหาที่พักเอาแรงเสียก่อน (เดินได้แค่ตึกแรก ก็เกิดอาการขาอ่อนแรง T.T) โชคดีที่ในพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา มีร้านกาแฟ+อาหารพึ่งเปิดให้บริการใหม่เอี่ยม เห็นว่าพึ่งเปิดและทำบุญร้านแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2557 ที่ผ่านมาเองค่ะ ^^” จึงขอแวะรีวิวมาฝากเสียหน่อย การเดินทางมา Cafe’ De Museum ตัวร้านตั้งอยู่ด้านข้างพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา หรือสังเกตง่ายๆ คืออาคารสีขาวสง่างามตั้งที่อยู่ตรงข้าม อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ตรงกลางเมืองเชียงใหม่ โดยสามารถนำรถเข้ามาจอดใน พิพิธภัณฑ์ได้เลย

cafe-de-museum19

Cafe’ De Museum ได้ทราบข้อมูลมาจากพี่ผู้ชายใจดีที่ดูแลร้านบอกว่า Cafe’ ร้านนี้ปรับปรุงและแต่งเติมสีสันต์จากโครงสร้างอาคารเก่า ซึ่งทางร้านได้เข้ามาตกแต่งปรับปรุงกว่า 3 เดือน จึงเพิ่งเริ่มเปิดทำการมาได้ไม่กี่วัน โดยดูจากแจกันดอกไม้ ที่เพื่อนและคนรู้จักนำมาแสดงความยินดี และตั้งใจจะเปิด Cafe’ ภายใต้ชื่อ De Museum ในจังหวัดใกล้ๆ กับเชียงใหม่ อีก 2 แห่งค่ะ ตบท้ายด้วยฝาก Cafe’ De Museum ไว้ในอ้อมใจชาวเชียงใหม่ และนักท่องเที่ยวด้วยนะคะ ^^”

cafe-de-museum17

มาดูบรรยากาศด้านนอกกันก่อนนะคะ เป็นการปรับปรุงและทาสีอาคารหลังเก่า ให้สวยงามแต่ยังกลมกลืนกับรูปแบบเดิม และจัดโต๊ะที่นั่งเป็นสัดส่วน โดยไม่ทำลายเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตัวอาคาร แต่ใส่ลูกเล่นด้วยพื่นที่สีเขียวรอบ ๆ ต้นไม้ และจัดดอกไม้น่ารัก ๆ เพิ่มความสดชื่นในการนั่งพักผ่อน

cafe-de-museum15 cafe-de-museum16 cafe-de-museum21

ในตัวร้าน บรรยากาศจะดูหรูหราในแบบ Contemporary ที่ออกแบบสไตล์ล้านนาประยุกต์ ดูมีมนต์ขลังแต่ในขณะเดียวกันก็โปร่งด้วยกระจก อบอุ่นด้วยงานไม้ และชุดโต๊ะอาหารที่ดูนั่งสบาย ๆ ช่วยเพิ่มอรรถรสในการทานอาหารดีค่ะ

cafe-de-museum22

กว่าจะได้เขียนรีวิว ไม่แน่ใจว่า โปรโมชั่นนี้หมดไปหรือยัง ^^ขออภัยด้วยค่ะ (ติดภาระกิจงานแต่งญาติค่ะ เลยต้องหยุดไปกว่า 1 สัปดาห์) รายการอาหารสามารถสั่งที่โต๊ะได้ค่ะ โดยจะมีรายการอาหารเช้า (แต่เสิร์ฟทั้งวัน) อาหารฝรั่ง และอาหารไทย ราคาสมกับคุณภาพของวัตถุดิบที่เลือกใช้

cafe-de-museum03

เรียกน้ำย่อยเบา ๆ ด้วยซุปเห็ดเต็มๆ คำ ตามด้วยเมนูอาหารเช้า ที่ประกอบด้วยไส้กรอก และแฮมย่างไฟอ่อนๆ เสียดายที่ไม่มีขนมปังแผ่น จะได้เอามาจิ้มไข่ดาวแบบไทย ๆ อย่างเราค่ะ อุอุ

cafe-de-museum24 cafe-de-museum02

เริ่มหนักข้อขึ้นด้วย ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ ผัดไทยเส้นเหนียวนุ่มผัดกับน้ำซอสจนกลมกล่อม โปะหน้ามาด้วยกุ้งแม่น้ำอบค่ะ ^^” ไม่รู้จะถ่ายอย่างไรให้ดูรู้ว่าเป็นกุ้งแม่น้ำ

cafe-de-museum01

cafe-de-museum23

กาแฟลาเต้ร้อน จำไม่ได้ว่าเลือกเป็นกลิ่น มิ้น ชินเนม่อน เอหรือคาราเมล? (ความจำสั้นแต่สายตายาวนะคะ ^.^ ตามวัย) เครื่องดื่มร้อนรสดีเสิร์ฟคู่กับขนมไทยรสกลมกล่อมเข้ากันได้ดี

cafe-de-museum11

คาปูชิโน่เย็นรสเข้มข้น ส่วนแก้วข้างล่างเป็น De Museum เย็นค่ะ ซึ่งเป็นกาแฟผสมชารสกลมกล่อมหอมติดจมูก (แม้จะมีน้ำมูกฟุตฟิตบ้าง อากาศมันเย็นค่ะ ^.^) แปลกและอร่อยดี แต่เครื่องดื่มเย็นไม่แถมขนมไทยให้นะคะ เลยทำน้ำตาปริ่ม ๆ คลอเบ้าใส่น้องบริกร น้องกลับไปหารือกันสักครู่ก็ได้แถมมาจนได้ค่ะ ^^” ใจดีจริง ๆ

cafe-de-museum25

cafe-de-museum13

ลูกชุบกับทองหยอด จานน่ารักที่ได้จากการทำหน้าละห้อย(สะเทือนใจอย่างที่สุด) เมื่อรู้ข้อมูลจากน้องบริกรว่า เครื่องดื่มเย็น จะไม่ได้แถมรับขนมไทยมาในชุดแบบเครื่องดื่มร้อนนะครับ ^.^

cafe-de-museum04

อิ่มอาหารก็ต้องเกาะดูเค้กค่ะ ^^” ตัดใจอยู่นาน (จากอยากกินหมดทุกแบบ) ให้เหลือ 2 ชิ้น โดยคำนึงรสชาติที่ใกล้เคียงกัน”ตัดออก” ความบ่อยที่มีโอกาสได้ทานที่อื่น”ตัดออก” เพราะที่สำคัญ ราคามันสูงพอสมควร ^.^แถมน้ำตาลขึ้น ไขมันก็สูง วัยนี้ต้องเริ่มควบคุมแล้วค่ะ

cafe-de-museum09

ชิ้นนี้เรียกว่า Orange passion cheese tart (ไม่ใช่ความจำนะคะ เป็นการจด ^^) ชั้นแรกเป็น มูสครีมสีขาวเนื้อเนียน ตัดลงมาจะเจอกับชั้นเนื้อเค้ก แยมส้ม แล้วก็พบชั้นชีสเต็มๆค่ะ แล้วออกแรงเกร็งส้อมในมืออีกพอสมควร เพื่อให้ได้เนื้อทาร์สออกมาด้วย จะได้ชิมในคราวเดียว ซึ่งอร่อยมากค่ะ หวานอมเปรี้ยวและมันกรุบกรอบนุ่ม เค้กชิ้นนี้ 135.- แอบเห็น!! ถุงบรรจุเค้กชื่อว่า ดาราเทวี ไม่แน่ใจว่าใช่แหล่งที่มาของเค้กจานอร่อยจานนี้หรือเปล่า ^.^

cafe-de-museum12 cafe-de-museum05

Berry treat แผ่นบนสุดน่าจะเป็น แผ่น white Chocolate โรยด้วยผงเบอรี่ ชั้นต่อมาเป็นมูสครีม และเนื้อเค้กเบอรี่กับแยมเบอรี่ ชิ้นนี้อาจไม่ถูกปาก (เฉพาะเรา) เท่าไหร่นัก จึงจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ค่ะ เพราะความประทับใจไม่ใช่ความทรงจำ เลยไม่ตรึงใจเท่าเค้กชิ้นแรก ^.^ แม้คุณภาพและราคาจะใกล้กันก็ตาม

cafe-de-museum07

cafe-de-museum00

แม้จะเพิ่งเปิดไม่นาน ก็เป็นคนเดินเข้าออกร้านตลอดเวลาแล้วนะคะ ^.^ โดยรวมแล้ว อาหาร ขนม เครื่องดื่ม ใช้ได้ดีเลยค่ะ เพราะได้ทานตอน ลด 20% ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม อุอุ แต่ด้วยบรรยากาศ และคุณภาพก็เหมาะสมกับราคาแล้วค่ะ

น้อง ๆ ใส่ใจบริการลูกค้าเต็มที่ Cafe’ De Museum เวลาเปิดปิด 07.00 – 20.30 วันหยุดไม่แน่ใจ สอบถามที่ 053-326-557 เพิ่มเติมนะคะจะได้ไม่เสียเที่ยว

cafe-de-museum14

แผนที่ค่ะ

View Larger Map