คนรุ่นใหม่ ใครๆก็อยากเปิดร้านกาแฟ

ปัจจุบันการดื่มกาแฟเป็นเทรนฮิตติดลมบน น้อยคนนักที่ไม่นิยมชมชอบการดื่มกาแฟ ยิ่งในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มีร้านกาแฟทั้งเล็กและใหญ่เกิดขึ้นใหม่มากมายราวกับดอกเห็ด อาจเป็นเพราะเครื่องดื่มที่ชื่อว่า “กาแฟ” กำลังได้รับความนิยม และก็อาจเป็นเพราะว่าคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันไม่ค่อยอยากจะทำงานเป็นลูกจ้างใคร อยากเป็นเจ้าของกิจการ ทำงานเป็นนายตัวเองเสียส่วนใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่คนที่ทำงานประจำเป็นลุกจ้างมาหลายปีแล้วก็ยังอยากขยับขยายเปลี่ยนแนวจากที่มีเงินเดือนเป็นรายได้ประจำเก็บเงินมาทำตามความฝันโดยการเปิดร้านกาแฟสวยๆก็มีให้เห็นอยู่หลายราย

Thom Artisan Coffeeหากย้อนไปในอดีต การดื่มกาแฟสดเป็นเรื่องที่คุยกันอยู่ในวงจำกัด คนที่อยู่ในวัยทำงานสมัยก่อนก็จะอาศัยการชงกาแฟสำเร็จรูปดื่มในที่ทำงาน หรือไม่ก็ไปซื้อกาแฟที่ใช้วิธีชงแบบโบราณตามตลาดพวก โอเลี้ยง โอยั้๊วะ โกปี๊ ยกล้อ ฯลฯ ซึ่งชงด้วยถุงผ้าลักษณะคล้ายถุงเท้าสีขาวยาวๆ ไม่ได้ชงด้วยเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติแรงดันสูงใช้เมล็ดกาแฟคัดคุณภาพเหมือนในปัจจุบัน อย่างว่าการเพิ่มมูลค่าให้กันสินค้าและผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องสร้างเรื่องราวให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์นั้นๆ ร้านกาแฟในสมัยนี้จึงเป็นมากกว่าร้านกาแฟในมัยก่อนที่เหล่าบรรดา อาเจ็ก อากง ใช้เป็นที่สัมมนาสังสรรค์กันในยามเช้าดื่มกาแฟแทนข้าวเคล้าปาท่องโก๋ เสวนาเจรจากันเสร็จก็แยกย้ายกันกลับไปบ้านใครบ้านมัน ร้านกาแฟสมัยใหม่นั้นจะมีรายละเอียดมากขึ้นแต่จะละเอียดมากแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับลักษณะร้านและแนวทางในการลงทุน ซึ่งอาจจำแนกเป็นร้านกาแฟประเภทต่างๆได้ดังนี้

  • แบบรถเข็นหรือรถตู้ (Mobile Cart) เป็นร้านกาแฟขนาดเล็ก มีพื้นที่จำกัดเพียงแค่ 1 คันรถ ส่วนใหญ่จะไม่มีที่นั่งให้ลูกค้า แต่บางร้านอาจจัดให้มีที่นั่งบ้างเพียงเล็กน้อยไว้ข้างๆรถตู้หรือรถเข็น ข้อดีของร้านกาแฟประเภทนี้ คือ ใช้เงินลงทุนต่ำ เคลื่อนย้ายได้ง่าย กลุ่มลูกค้ามีหลายระดับ ข้อจำกัดคือ ร้านมีขนาดเล็กทำให้รองรับลูกค้าในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งได้ไม่มากนัก
  • แบบมุมกาแฟหรือคีออส (Corner/Kiosk) เป็นร้านกาแฟที่เช่าพื้นที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า อาคาร หรือสวนสาธารณะต่างๆ ร้านกาแฟประเภทนี้ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ มีพื้นที่สำหรับนั่งเพียงไม่มาก และเป็นพื้นที่แบบเปิด ข้อดีคล้ายๆกับร้านกาแฟแบบรถเข็นหรือรถตู้ คือ ใช้เงินลงทุนต่ำ กลุ่มลูกค้ามีหลายระดับ ต่างกันที่ร้านแบบมุมกาแฟหรือคีออสนี้จะตั้งอยู่ที่ประจำ ไม่มีการเคลื่อนย้ายไปไหน แต่ด้วยพื้นที่ที่มากกว่าทำให้ร้านกาแฟประเภทนี้นำสินค้าอื่นๆ เช่น เค้ก คุกกี้ แซนวิช หรือขนมต่างๆ มาตั้งขายคู่กับกาแฟได้ ในส่วนข้อจำกัดของร้านกาแฟประเภทนี้คือ พื้นที่ส่วนตัวน้อย ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าถูกรบกวนจากสภาพแวดล้อมภายนอกได้โดยง่าย ซึ่งข้อจำกัดนี้จะกลายเป็นข้อดีหากร้านตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทำให้ลุกค้าเพลิดเพลินกันการดื่มกาแฟได้มากขึ้น

Aries Coffee

  • แบบร้านเดี่ยว (Stand-Alone Shop) จัดเป็นประเภทร้านกาแฟที่มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด ซึ่งร้านจะเป็นแบบ Indoor หรือ Open-Air ก็ได้ โดยร้านกาแฟประเภทนี้อาจตั้งอยู่อย่างอิสระ หรืออาจจะตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า อาคาร หรือสวนสาธารณะต่างๆก็ได้ โดยร้านจะมีพื้นที่ส่วนตัวมากเพียงพอที่จะจัดตกแต่งประดับประดาภายในร้านให้เป็น Theme ตามที่เราต้องการได้และยังสามารถขายสินค้าอื่นๆร่วมด้วยได้อย่างหลากหลาย ข้อจำกัด คือ ร้านกาแฟแบบ Stand-Alone นี้จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูง ต้นทุนสูง ทำให้ราคาขายกาแฟต่อแก้วนั้นสูงตามขึ้นไปด้วย

sweet tree-03

เคยได้ยินมาว่า การดื่มกาแฟเป็นพฤติกรรมทางสังคมแบบหนึ่ง เป็นค่านิยม เป็นวัฒนธรรม ที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น รสนิยมการดื่มกาแฟอาจแสดงให้เห็นถึง วิธีคิด ทัศนคติ รสนิยม รวมถึงเป็นการแสดงอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคล ปัจจุบัน การแสดงตัวตนไม่ได้จำกัดอยู่ที่การดื่มกาแฟและกิจกรรมที่ทำในระหว่างการดื่มกาแฟเท่านั้น แต่กลุ่มคนที่เคยเป็นผู้บริโภคจำนวนหนึ่งกลับผันตัวเองมาศึกษาหาความรู้เรื่องกาแฟจนลึกซึ้ง ค้นคว้าหาเทคนิคการชงกาแฟแบบใหม่ๆ จนเกิดมาเป็นศิลปะ จนกลายเป็น “นักชงกาแฟ” หรือที่เรียกกันว่า “Barista” สำหรับคนที่ไม่ได้ลึกซึ้งกับเรื่องชงกาแฟสักเท่าไร แต่อยากจะมีชีวิตทุกๆวันอยู่ในกลิ่นกรุ่นของกาแฟอยู่เสมอ ก็จะกลายเป็น “เจ้าของ” หรือ “นักธุรกิจกาแฟ” ก็ว่ากันไปตามความตั้งใจและทรงผม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์และความความชอบของแต่ละบุคคล ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีความฝัน ให้ทำสำเร็จเสร็จลุล่วงในสิ่งที่ตั้งใจในเร็ววันนะจ๊ะ ^__^