Dolcetto Cafe’ ร้านขนมหวานริมทาง

docetto cafe 03

ณ ถนนเส้นหลักของนิมมานเหมินทร์ หากสังเกตดีๆ จะเห็นกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมสีดำขนาดกระทัดรัดพลางตัวอยู่ เมื่อจอดรถแล้วเข้าไปดูใกล้ ๆ จะพบว่านี่คือร้านกาแฟ + อาหารเช้าง่าย ๆ ที่มีลักษณะเท่ห์ ดีไซน์โมเดิร์นเก๋ร่วมสมัย ด้วยส่วนประกอบของเหล็ก ไม้และกระจก ผสมผสานการอย่างลงตัว กล่องดำกรุกระจกใบนี้มีชื่อว่า Dolcetto Café ออกเสียงว่า โดลเชโต้ ภายในร้านแบ่งที่นั่งออกเป็น 2 โซนคือโซนนอกร้าน เหมาะกับการสนทนาสนุกสนานกับแก๊งค์เพื่อน (เพราะมีทั้งชายหนุ่มหน้าตี และหญิงสาวน่าตาพอใช้ เดินผ่านหน้าอยู่ตลอดเวลา ^.^) ส่วนอีกโซนเป็นโซนแอร์เย็นเฉียบ แอร์ตัวใหญ่โตในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกระทัดรัด (จินตนาถึงความเย็นฉ่ำ) ร้าน Dolcetto เน้นการตกแต่งด้วยสีโทนดำเทา และโดดเด่นที่เคาน์เตอร์ความกว้างเท่ากับขนาดห้องพอดี มุมนี้เป็นทั้งพื้นที่ให้คำแนะนำเรื่องเครื่องดื่มร้อนเย็นรสกลมกล่อม และทำอาหารเช้า อาหารว่าง ขนมสุกใหม่ในมุมเล็ก ๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกาแฟ+เบเกอรี่แบบโฮมเมด

docetto cafe 10

พิกัดที่ตั้งโดดเด่นริมถนนนิมมานเหมินทร์ในโครงการโครงการโมดาเพลส นิมมานซอย7  เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8โมงเช้า ถึง 4 ทุ่มเลย ที่่จอดรถหากไม่ได้มาในช่วงเวลาห้ามจอดของถนนนิมมานเหมินทร์ สามารถจอดได้บริเวณหน้าร้านได้ค่ะ หรือสามารถนำเข้าไปจอดในซอยด้านข้างโดยเช็ควันคู่วันคี่ และสุดท้ายขับเข้าไปจอดในที่จอดรถโครงการโมดาเพลสที่อยู่ต้นซอย 7  (ชะเง้อเข้าไปแล้วยังไม่เต็ม) ได้อีกแห่งหนึ่งค่ะ

docetto cafe 05 docetto cafe 13

Dolcetto ร้านกาแฟ+ขนมหวานทำเองที่สำคัญสดใหม่ทุกวันค่ะ Dolcetto เป็นห้องน้อยที่ดีไซน์ได้เท่ห์ เก๋ร่วมสมัย แม้จะตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ก็พิถีพิถัน ด้วยการเติมกลิ่นอายของงานศิลปะบนกระจกบานใหญ่ ซึ่ง Dolcetto เหมาะกับการพักผ่อน คุยงานและการทำงาน ที่ทั้งเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็น เค้ก พาย แซนวิช ไว้ให้บริการอีกด้วย ด้านหน้าร้านกรุด้วยกระจกบานใหญ่จึงรับแสงจากภายนอกร้านได้อย่างเต็มที่แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน เพราะมีแอร์ติดตั้งเพดานตัวขนาดเขื่อง ไว้คอยพ่นไอเย็นดับความร้อนให้ลูกค้าค่ะ Dolcetto นอกจากจะเมนูโดดเด่นอย่างกาแฟแล้ว ยังมีทางเลือกอื่นสำหรับคนไม่ดื่มกาแฟ อาทิ ช็อคโกแลต ชา และอิตาเลี่ยนโซดาด้วยค่ะ พร้อมทั้งบริการของว่างและ ขนมเค้กให้เลือกอีกมากมาย^^

docetto cafe 04

ขออภัยลูกค้าในภาพด้วยนะคะ ^/|^

docetto cafe 08

เมล็ดกาแฟชวนดื่ม ^^ โดยมีให้นักดื่มได้เลือกชิมตามความชอบถึง 3 แบบค่ะ เริ่มต้นด้วย
“Dolcetto Blend” เป็นส่วนผสมที่ลงตัวจนได้สูตรพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ “โดลเชโต้” โดยคั่วจากร้าน Ristr8to coffee ร้านกาแฟยกกำลังสอง ที่อยู่ห่างไปไม่ใกล้ไม่ไกลค่ะ
“Single Origin” เป็นกาแฟสายพันธุ์เดียวกันจากแหล่งเพาะปลูกเดียวกัน ซึ่งแต่ละแหล่งเพาะปลูกก็จะได้เมล็ดกาแฟที่มีบุคลิกโดดเด่น เข้มข้น กลมกล่อม และหอมอบอวลแตกต่างกันไป โดยจะหมุนเวียนมาให้ชิมกันทุก (เอ่อ ทุกกี่เดือน เลือนค่ะ ^.^) เป็นอันว่าจับจังหวะไปแล้วพบ Single Origin หากสนใจก็ลองขอชิมได้ค่ะ อย่างตัวที่โชว์นี้คือ “Brazil” ยังไม่ได้ลอง เพราะอยากชิมเมล็ดกาแฟผสมเองของ Dolcetto ค่ะ ^.^
ตัวสุดท้าย เป็นแบบ “Decaf ” เป็นกาแฟที่ถูกสกัดคาเฟอีนออกไปจากเมล็ดกาแฟ แต่อาจจะมีตกค้างอยู่สัก 1 – 3% หากคนที่แพ้คาแฟอีนหลีกเลี่ยงไปดื่มเครื่องดื่มอื่นที่ทางร้านมีไว้บริการได้นะคะ

docetto cafe 01

ทานกาแฟแบบเดิมอาจรู้สึกจำเจ มาดื่มที่ Dolcetto ซึ่งมีกาแฟหลายรูปแบบให้เลือกก็ต้องลองชิมกันหน่อยค่ะ โดยเฉพาะกาแฟร้อนที่ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวแก้วนี้คือ “Vienna coffee” ถ้าจำไม่ผิด แก้วนี้เป็นเอสเพรสโซ่ร้อนแบบดับเบิ้ลชอท ที่ราดวิปครีมเนื้อหนาไว้บนกาแฟสีทองหอมกรุ่น เป็นกาแฟดื่มกาแฟร้อนที่ต้องใช้ช้อนเป็นครั้งแรกค่ะ โดยตักกาแฟผ่านตัววิปครีมแล้วชิมไปพร้อมๆ กันจะได้รสชาติเข้มข้นและหอมมันแปลกดีค่ะ สักพักก็ค้นให้เป็นเนื้อเดียวกันยกดื่มอีกที ได้รสชาติแปลกอย่างลงตัว ถ้าจำไม่ผิดแก้วนี้ 85 บาทค่ะ

“Flat white” นอกจากจะเคยดื่มที่นั่น “Ristr8to” ก็ได้เห็นในเมนูที่นี่ “Dolcette” ประหนึ่งเป็นร้านกาแฟบ้านพี่เมืองน้องเลยค่ะ แต่รสชาติก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย แก้วนี้ได้กาแฟเนื้อนุ่มนวลเสมือนดื่มครีมนม(อย่างเยอะ)แต่ยังคงความเข้มข้นหวานละมุนจากกาแฟเอสเพรสโซชอท แก้วนี้เพื่อนจ่ายคล้ายว่าจะ 75 บาท
ที่สำคัญกาแฟที่นี่รส “อร่อย” ^.^ ความอร่อย นอกจากเมล็ดกาแฟที่เลือกสรรมาอย่างดีแล้ว ขั้นตอนการชงอันซับซ้อนและละเอียดอ่อนนั้นช่วยส่งผลให้กาแฟอร่อยแต่ละแก้วของ Dolcetto อร่อยยิ่งขึ้นค่ะ

docetto cafe 14

docetto cafe 15

” Piccolo Latte ” เป็กน้อย ๆ ^.^ แก้วเนื้อบางเฉียบ ปกติเคยได้ดื่มแต่เป็นแก้วใสค่ะ เสิร์ฟมาในแก้วอุ่นแบบนี้ต้องหยุดชื่นชมกันหน่อย ที่ Dolcetto เสิร์ฟด้วยแก้วขนาดเล็กแบบนี้ได้ เพราะสกัดกาแฟด้วยน้ำในปริมาณน้อยจึงได้กาแฟสีทองรสชาติเข้มข้น(ไม่ขม) จิบแล้วชุ่มคอหากโชคดีอาจติดรสอมเปรี้ยวอมหวานของผลเชอรี่ แล้วนำไปเป็นสารตั้งต้นก่อนที่จะผสานกับนมอุ่น ๆ จนได้กาแฟแก้วน้อยแต่รสชาติกลมกล่อมนุ่มละมุน เป๊กนี้ 85 บาทค่ะ

docetto cafe 16

เพิ่มความสุขในการดื่มด้วย “Dolcetto Waffles” จานใหญ่โต(ลืมหันป้าย Dolcetto มาทางนี้ ^.^) วาฟเฟิลหอมหวานชุ่มเนยที่เสิร์ฟพร้อมซอสช๊อกโกแลตและคาราเมล วาฟเฟิลโฮมเมดทำสดใหม่จากมุมครัวขนาดกระทัดรัดของร้าน พอดีชอบรสหวานน้อยเลยไม่ได้เทซอส 2 เหยือกน้อยเพื่อเพิ่มความหวานค่ะ ^^

กว่าจะได้ “Coconut Cream cake” มาทานเพียง 1 ชิ้น ต้องใช้ความพยายามตัดใจที่จะไม่สั่ง Banoffee กล้วยหอมคำโตที่ราดซอสอย่างชุ่มฉ่ำไว้รอบชิ้นเค้ก(น่ากินมาก T.T) การต้องเลือกอะไรที่ชอบมากๆ ให้เหลือไว้เพียงอย่างเดียวเป็นสิ่งที่สร้างความลำบากใจจริง ๆ ค่ะ  “Coconut Cream cake” บาริสต้าสาว(น่าตาน่ารัก)บอกว่าเป็นโฮมเมดอีกเช่นกัน เนื้อเค้กนุ่มนวลหอมหวานสลับกับชั้นมะพร้าวเนื้อสาว เอ้ยเนื้ออ่อน และชั้นครีมนุ่มละมุนละไม เรื่องขนม 2 จานนี้จำราคาไม่ได้ เพราะไม่ได้จ่าย แต่คุ้น ๆ ว่าวาฟเฟิลคุณภาพคับจานราคาร้อยต้น ๆ  ส่วนเค้กไม่น่าจะเกิน 100 ค่ะ

บทความจาก valentinocellar.blogspot   ให้ความหมายของ “Dolcetto”  คือ องุ่นพันธุ์พื้นเมือง ที่เพาะปลูกที่แคว้นปิเอมอนเต้ ของอิตาลี ซึ่งผลองุ่นพันธุ์ Dolcetto จะมีรูปทรงคล้ายปิรามิดเม็ดกลมมนผิวสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำ มีกลิ่นหอมผสมผสานของผลไม้นานาชนิด มีความหวานเล็กน้อย แต่เมื่อนำมาทำเป็นไวน์แล้ว ได้รสชาติหอมหวาน นุ่มนวลอ่อนโยน จากแหล่งที่มาขององุ่น Dolcetto ที่อิตาลี กับความกลมกล่อมลงตัวของ Dolcetto Cafe’ ที่เชียงใหม่ ถ่ายทอดถึงกันได้เป็นอย่างดี ด้วยรสสัมผัสนุ่มลึกของกาแฟทุก ๆ แก้ว และขนมโฮมเมดหนักเครื่อง รสชาติซับซ้อนทุกๆ ชิ้น ที่ Dolcetto ตั้งใจปรุง และสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ชิมอย่างต่อเนื่อง

docetto cafe 02

docetto cafe 07

กาแฟเย็นก็ไม่ขี้เหล่นะคะ เพียงแต่กาแฟร้อน คือสิ่งอยากจะแนะนำ สำหรับคน”รัก”กาแฟเย็นก็มีไม่น้อยค่ะ “Ice Dolcetto” กาแฟผสมเองกับมือ รสชาติสุขุมหอมมันดับกระหายคลายร้อน (คือสรรพคุณหรือเปล่า?  ^.^)
“Ice Cappuccino” กาแฟชอทเข้มข้นที่ถูกกดทับด้วยนมและฟองนมเพียงบางเบา ทำให้ได้สัมผัสรสชาติกลมกล่อมของกาแฟได้อย่างเต็มที่

docetto cafe 09 docetto cafe 06

ลายเส้นที่คุ้นตา ^.^

docetto cafe 12 docetto cafe 11

หากผ่านมาทางนี้ อย่าลืมแวะมาชิมขนมโฮมเมดสดอร่อยวันต่อวัน และกาแฟรสดี สุดท้ายนี้ นอกจากร้านจะเท่ห์แล้ว เจ้าของร้านยังน่ารักเก๋ไก๋อีกด้วยค่ะ ^.^ ร้านเปิด ช่วง 8 โมงกว่า – สี่ทุ่ม ที่จอดรถได้สะดวกสบาย

แผนที่ด้วยการสนับสนุนจาก google ค่ะ