หลบร้อน ไปชิมก๋วยเตี๋ยว”คั่วไก่นิมมาน”

kua kai nimman 4

แสงแดดแผดเผาจนคิดอะไรไม่ค่อยออกเลยค่ะช่วงนี้ การจะเดินออกจากที่ร่ม ไปเผชิญอากาศข้างนอกแต่ละที มันแสบไปถึงตับไต ไส้พุงจริง ๆ  นอกจากความลำบากในการเผชิญอากาศร้อนในตอนนี้แล้ว การใช้ความคิดว่า เที่ยงนี้จะทานอะไรดี ก็เป็นอีก ปัญหาที่ต้องหาทางออกให้ได้ทุกมื้อไป เที่ยงนี้ก็เหมือนกัน จะทานอะไรกันดีค่ะ ขับรถวนเข้าออก ถนนนิมมานซอยนั้น ออกซอยนี้ ก็ยังไม่ได้ที่ทานกลางวันสักที ความที่ผลประโยชน์ไม่ลงตัว ได้ร้านที่หมายตาก็มักจะไม่มีที่จอด ส่วนร้านมีที่จอด ก็ไม่ใช่วิสัยที่อยากทานในขณะนั้นค่ะ เฝ้ารอคอยใช้การเดินรถทางเดียวแบบเมื่อ 2 เดือนก่อน ทดลองแล้วก็ใช้ได้ผลดีไหมค่ะ? เราว่าทำให้การจราจรคล่องตัวขึ้นพอสมควร แม้การเดินรถทางเดียว จะทำให้คนที่ไม่ใส่ใจในการจอดรถ วันคู่ วันคี่ จอดมันทั้ง 2 เลนไปเลย เพราะอย่างไรก็เดินรถทางเดียวอยู่แล้ว ก็ยังสัญจรสะดวกกว่าเวลานี้ ที่กลับมาเละเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าการทดลองที่ได้ผลดีในคราวก่อน จะนำมาใช้จริงอีกทีเมื่อไหร่(มารอดูกันไป) !  แต่เหนือสิ่งอื่นใด ที่เราทุกคนทำได้ในตอนนี้คือ ท่องนะโม 3 จบ สะกดจิตสำนึก ให้รักษ์วินัยในการใช้รถใช้ถนนให้กับตัวเอง (ทำดี ต้องได้ดีเข้าสักวันนะคะ) จอดรถให้ถูกที่ถูกทาง เพื่อช่วยกันลดปัญหาการจราจรอันวุ่นวายกันนะคะ

kua kai nimman 6

จากที่เคยบอกเพื่อนๆ ไว้ ว่าจะพาแกะรอยร้านอาหารอร่อยย่านนิมมานบ้าง วนมาจนสุดซอยแล้ว เพื่อนนำทางเลยนึกขึ้นได้ถึง “ร้าน คั่วไก่นิมมาน” เราเองก็ไม่เคยทานมาก่อน (ได้ยินแต่ชื่อเสียงมานาน) วันนี้ได้ลองสักที ก็ดีเหมือนกันค่ะ โชคดีมาถึงร้าน ก็ได้ที่จอดหน้าร้านพอดี ในความโชคร้ายตลอดเที่ยง มันก็ต้องมีโชคดีบ้างนะคะ ^^” เดินเข้ามาถึงหน้าร้าน ก็ได้รับไอเย็นทันที ไม่ใช่ว่าทางร้านติดแอร์ตั้งแต่หน้าร้านนะคะ แต่เป็นพัดลมไอน้ำที่ตั้งไว้หน้าโต๊ะกินข้าวตัวนึงเพื่อผ่อนคลายความร้อนให้ลูกค้า นอกจากพัดลมตัวใหญ่ 1 ตัว ต่อ 2 โต๊ะอาหาร (เรียกว่ามีทุกมุม) ซึ่งลูกค้าเข้าใหม่แต่ละคนก็จด ๆ จ้อง ๆ กันอยู่ว่าจะนั่งดีไหม หากนั่งไปแล้ว คงบังความเย็นที่จะยิงไปหาโต๊ะอื่นหมด จึงกลายเป็นโต๊ะว่างตัวเดียวหน้าร้าน เพราะเกรงใจกัน ร้านนี้มีโซนห้องแอร์ และโซนด้านนอกค่ะ แต่ขอเลือกนั่งด้านนอกชมบรรยากาศละกันค่ะ พอเลือกโต๊ะได้ เมนูก็มาวางให้ดูทันที ถามหาเมนูนำเสนอ เพื่อนที่นำมาก็บอกทันที ก็ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่นิมมานนะซิ แต่ด้วยความหลายใจ ก็ยังอยากชิมเมนูอื่นร่วมด้วย เป็นคนชอบเนื้อค่ะ เลยขอสั่ง ข้าวซอยเนื้อลายมาชิมร่วมอีกชาม พอมาถึงรายการน้ำ ปกติไปร้านไหนจะทานแต่น้ำเปล่า เพราะต่อจากอาหารแล้ว จะต้องไปร้านกาแฟอยู่อะค่ะ (น้ำตาลเริ่มจะเกิน ๆ) หากไม่ลอง น้ำอัญชันมะนาว จะถือว่ามาไม่ถึง ก็คงต้องสั่งดูสักที มาเป็นขันเลยค่ะ ^^”

kua kai nimman 1

ระหว่างที่รออาหารอยู่นั้น ลูกค้าที่ทานเสร็จก็จะไปถอยรถออก ติดตรงที่ว่า มอเตอร์ไซด์หลายคัน จอดปิดท้ายรถเก๋งของน้องเขาอยู่ คงเพราะเค้าเข้าใจว่ารถคันนี้จอด โดยไม่คิดจะออกหรือเปล่า จึงได้มาจอดเรียงปิดท้ายเขาไว้ ระหว่างที่คิดฟุ้งซ่านมากมาย จู่ ๆ เพื่อนที่มาด้วยกัน ก็บอกว่าทนไม่ไหวละ ค้อนใส่เรา 1 วง แล้วก็เดินดุ่ม ๆ ไปยก ขยับมอเตอร์ไซด์ที่ปิดท้ายให้ พอเพื่อนเดินกลับมา เราก็ชื่นชมเพื่อนว่า”แมนมากเลยตัวเธอ” เพื่อนบรรจงเอาทิชชูซับเหงื่อแล้วบอกว่า “ไม่ใช่อะไรนะหล่อน ฉันนะเดินไปยกรถให้น้องเค้า แล้วกำชับว่า อย่าถอยมาชนรถพี่ ที่จอดหน้าร้านนะฮะ” ^^” น้ำใสใจจริง…….ของเพื่อนสาว

kua kai nimman 3 kua kai nimman 2

เมื่อเมนูอาหารค่อย ๆ ลำเรียงออกมาความสนใจเรื่องอาหารจึงเริ่มกลับมาอีกครั้ง ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ เส้นทอดจนเกรียมเหลือกรอบ ผัดใส่เนื้อไก่ ไข่ และแถมกุ้งมาให้ด้วย โรยหน้าด้วยหนังไก่กรอบ นอกจากน่าตาจะน่าทานแล้ว ยังรสดีอีกด้วย แล้วเหลือบไปเห็นโต๊ะข้าง มีแบบกระทะร้อนมาด้วย เขม่นเพื่อนน้อย ๆ ไม่บอกเสียให้หมด รอบหน้าต้องไม่พลาดลองชิมแน่ ๆ ค่ะ จานต่อมาเป็น ข้าวซอยเนื้อลาย น้ำข้นสีสด แล้วเนื้อ ก็เป็นเนื้อลายเส้นมาเบิ้ล ชัดเจนมาก(^^”คุ้น ๆ) มาพร้อมหอมแดง ผักกาดดองยำ และมะนาวเสี้ยว (ในช่วงที่มะนาวแพงในขณะนี้) ส่วนอีกจาน เป็นข้าวผัดปู เนื้อปูเป็นก้อน ๆ ผัดกับข้าวเม็ดสวยหอมฉุยมาแต่ไกลเลยค่ะ แอบเอามาตัดเผื่อว่าข้าวซอยจะเผ็ดเกินไป เป็นนักชิมไม่กินเผ็ด คงต้องฝึกหัดกันอีกสักพักเลยค่ะ แหะ ๆ ^^*
มื้อกลางวัน วันนี้ผ่านไปด้วยดีค่ะ แม้จะเป็นมาแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ติดใจ ความใส่ใจในความสะอาด ทั้งอาหารและสถานที่ ของร้านนี้ ไว้มีโอกาสรอบหน้า ต้องกลับมาชิม คั่วไก่ในจานร้อนให้ได้ค่ะ อ้อ เกือบลืมบอกพิกัด ร้าน อยู่ซอยถนนสายน้ำผึ้งค่ะ ไม่แน่ใจว่านิมมานซอย 17 หรือเปล่า แต่อยู่ ใกล้ ๆ กับร้านไอติมหมาตัวใหญ่ นามว่า iberry ของพี่โน๊ต อุดม ค่ะ


View Larger Map