Ristr8to Coffee ร้านกาแฟยกกำลังสอง

ristr8to-coffee05

เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีร้านกาแฟอยู่มากมาย จน Stand-Up Comedian ชื่อดังอย่างคุณโน้ต อุดม แต้พาณิชย์ยังแซวออกสื่อว่าเชียงใหม่เป็นเมืองที่มีร้านกาแฟมากกว่าร้านเหล้า ซึ่งจะว่าไปเชียงใหม่ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวก็ไม่แปลกที่จะมีร้านอาหารที่มีเครื่องดื่มคอยให้บริการอยู่ทั่วทุกมุมเมือง แต่จำนวนร้านกาแฟที่มากกว่าร้านเหล้าอย่างที่คุณโน้ตบอกไว้นี่สิเป็นเรื่องที่น่าคิดอยู่เหมือนกันว่าร้านกาแฟที่เกิดขึ้นมาจำนวนมากภายในเวลาไม่กี่ปีจะมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร เพราะถ้าร้านกาแฟที่มีบรรยากาศเหมือนๆกับ เมนูกาแฟที่คล้ายกัน รสชาติของกาแฟก็ยังไม่มีความแตกต่างกัน อย่างนี้ผู้บริโภคอย่างเราๆคงจะรู้สึกจำเจมิใช่น้อย ในบรรดาร้านกาแฟร้านดังของเมืองเชียงใหม่ เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักร้านกาแฟที่ชื่อว่า Ristr8to ร้านกาแฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีเมนูกาแฟให้เลือก “ชม” และ “ชิม” ได้หลากหลายจนบรรดาสื่อทั้งเล็กและใหญ่ต่างให้ความสนใจ ในเมื่อสื่อเปิดรับในความเป็นตัวตนของร้านสุดฮิปร้านนี้แล้ว นักท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศใยเล่าจะไม่อยากแกะรอยตามมาชิมให้ถึงถิ่น

ristr8to-coffee13

Ristr8to Coffee (Ristretto Coffee) อ่านว่า ริสเตรทโต้คอฟฟี่ ซึ่งชื่อเต็มๆของร้านนี้ต้องใส่เลขยกกำลังสองเข้าไปด้วย เลยกลายเป็นชื่อเก๋ๆภาษาชาวกาแฟว่า Doppio Ristretto (ดอปปิโอ้ ริสเตรทโต้) แต่จะเรียกกันสั้นๆแค่ Ristr8to (ใส่เลข 8 เข้าไปเพื่อความแหวกแนว) ก็เป็นอันเข้าใจกันว่าเป็นร้านกาแฟร้านนี้ จากการที่ได้พูดคุยกับเจ้าของร้านก็เลยได้ทราบที่มาที่ไปของชื่อร้านว่า มาจากชื่อเรียกของกาแฟเข้มข้นชั้นเทพที่เหล่านักดื่มกาแฟโหยหา โดยปกติแล้วกาแฟเอสเปรสโชจะมีปริมาณ 30 มิลลิลิตรต่อชอต (1 ออนซ์) ส่วนกาแฟริสเตรทโต้เป็นชื่อเรียกของกาแฟที่สกัดออกมาใน 15-20 มิลลิลิตรแรก (0.5-0.7 ออนซ์) ของกาแฟเอสเปรสโซ ซึ่งกาแฟริสเตรทโต้นั้นจะมีเนื้อกาแฟที่เข้มข้นกว่า มีกลิ่นและรสชาติที่ชัดเจนกว่ากาแฟเอสเปรสโซโดยทั่วๆไป ผู้ที่ดื่มกาแฟจริงจังจึงชอบกาแฟริสเตรทโต้มากกว่ากาแฟเอสเปรสโซ แต่เนื่องจากปริมาณที่น้อยลงนักดื่มกาแฟเลยนิยมสั่งกาแฟริสเตรทโตในปริมาณ 2 เท่า จึงเป็นที่มาของ Double Ristretto = Doppio Ristretto เป็นที่มาของชื่อร้านด้วยประการฉะนี้

ristr8to-coffee10

เพื่อให้ง่ายต่อการอ่านขออนุญาตเรียกชื่อร้านสั้นๆว่า Ristr8to ก็แล้วกันนะคะ ^^~ ร้าน Ristr8to ตั้งอยู่บนถนนนิมมานเหมินทร์ จ.เชียงใหม่ ถนนย่านเศรษฐกิจที่ใครๆก็รู้จัก โดยร้านตั้งอยู่ระหว่างถนนนิมมานฯชอย 3 และถนนนิมมานฯซอย 5 ติดกับร้าน “กู” ชาชัก ใกล้ๆกับธนาคารไทยพาณิชย์สาขานิมมานเหมินทร์ โดยปกติแล้วจะสังเกตได้ง่าย เพราะจะมีผู้คนที่เป็นคอกาแฟ ทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวไม่ว่าหัวดำหรือหัวทอง มานั่งจับกลุ่มจิบกาแฟพูดคุยกันอยู่หน้าร้านเป็นประจำ

ร้านกาแฟ Ristr8to เป็นร้านกาแฟเล็กๆค่ะ มีพื้นที่แค่ตึกแถวหนึ่งคูหา แต่สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับไม่เล็กตามขนาดของร้านเลย เพราะร้านนี้มีกาแฟให้ลูกค้าเลือกอย่างมากมาย จนทางร้านต้องทำเป็นแผนผังวิธีการสั่งกาแฟแปะไว้บนข้างฝาแผ่นเบ้อเริ่ม เพื่อช่วยให้ลูกค้าคอกาแฟหน้าใหม่ไม่ให้งงเป็นไก่ตาแตกไปเสียก่อน พออ่านแผนผังกาแฟบนข้างฝาแล้วยังแอบขำ เพราะว่าในขั้นแรกเราต้องเลือกก่อนว่าจะดื่มกาแฟเย็นหรือกาแฟร้อน ถ้าเลือกเป็นกาแฟเย็นก็ยังจะถามต่อว่า “ทำไมไม่รับเป็นกาแฟร้อน” Why not hot coffee? หากลูกค้ายังยืนยันว่าจะรับเป็นกาแฟเย็นอีก คราวนี้ทางร้านเค้าก็ยอมทำให้แล้วค่ะ แต่ก็แอบบอกดังๆว่า ครั้งหน้าต้องลองกาแฟร้อนให้ได้นะ โอเค๊..? (ขึ้นเสียงสูง)

ristr8to-coffee00

หากว่าลูกค้าท่านไหนเผลอตัวไปยอมทางร้าน “โอเค..ก็ได้ๆ ลองกาแฟร้อนก็ได้” ขอบอกไว้เลยว่าคุณลูกค้าจะมีเรื่องให้คิดอีกเยอะเลยค่ะ เพราะหากหลวมตัวอยากลองกาแฟร้อนไปแล้วคุณก็ต้องไล่ตามผังการสั่งกาแฟที่ยาวกว่าการสั่งกาแฟเย็นประมาณ 3 เท่าตัวได้ คุณต้องเลือกว่าจะดื่มกาแฟร้อนแบบไหน เมล็ดกาแฟมาจากถิ่นใด จะรับเป็นกาแฟดำหรือกาแฟใส่นม ฯลฯ แต่ขอบอกไว้ในที่นี้เลยค่ะว่าอย่าไปกลัวหากจะต้องตอบคำถามกับ Barista ว่าความต้องการของคุณเป็นแบบไหน เชื่อว่าหากคุณผ่านการสั่งกาแฟร้อนในครั้งแรกมาได้แล้ว ครั้งต่อๆไปคุณจะสั่งกาแฟได้คล่องขึ้น แถมยังสนุกกับการลองสั่งกาแฟแบบใหม่ๆมาชิมอีกอย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งรูปแบบของกาแฟร้อนถ้าจะอธิบายกัน ณ ที่ตรงนี้ ผู้อ่านคงต้องนั่งอ่านกันตาลาย เพราะที่นี่นอกจากจะมีกาแฟ Latte, Cappuccino, Americano แบบทั่วๆไปคอยให้บริการแล้ว ยังมีกาแฟรูปแบบอื่นให้ลูกค้าได้เปลี่ยนบรรยากาศในการดื่มกาแฟได้อย่างไม่จำเจ ถึงขนาดที่ว่าทางร้านได้จัดทำเป็นปฏิทินเล็กๆไว้สำหรับลูกค้าที่ไม่ค่อยอยากจะคิด (ประเภทที่สั่งกระเพราไก่ไข่ดาวทุกครั้งที่ไปร้านอาหารตามสั่ง ประมาณนั้นอ่ะค่ะ) โดยที่ในปฏิทินนี้จะช่วยบอกว่ากาแฟประจำวันนี้ของคุณจะเป็นกาแฟอะไร ช่วยประหยัดเวลาคิดและพลังงานชีวิตไปเยอะเลยค่ะ ไม่แน่ในหนึ่งเดือนคุณอาจดื่มกาแฟไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละวันก็ได้นะคะหากดื่มตามปฏิทินกาแฟตามที่ทางร้านจัดให้

ristr8to-coffee08

มาพูดถึงแหล่งกำเนิดของเมล็ดกาแฟ (Coffee Origins) ที่ทางร้านมีให้บริการกันบ้างดีกว่า หากคุณลูกค้าลองหมุนตัวกวาดสายตาไปรอบๆ ดูบนผนังร้านก็จะได้พบกับรายละเอียดของแหล่งกำเนิดกาแฟที่ทางร้านบรรยายสรรพคุณไว้พร้อมว่ามาจากส่วนไหนของโลก มีวิธีการปลูก การเก็บ การคั่วอย่างไร กาแฟมีความเข้ม/อ่อนแค่ไหน โดยสื่อออกมาเป็นรูปแบบของจำนวนเมล็ดกาแฟบนแผนภาพค่ะ มีตั้งแต่อ่อนสุดคือเมล็ดกาแฟที่มาจากประเทศ Papua New Guinea จนไปถึงเข้มสุดคือเมล็ดกาแฟจากประเทศ Columbia ค่ะ ส่วนของอีกสองประเทศที่เหลือ คือ Brazil และ Ethiopia ความเข้มของกาแฟจะอยู่ในระดับกลางๆ หากใครต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมว่าเมล็ดกาแฟของแต่ละประเทศจะให้รสชาติอย่างไร Barista เค้าก็มีข้อมูลของกาแฟแต่ละตัวพิมพ์ใส่ในกระดาษแผ่นเล็กๆให้ค่ะ คราวนี้มีบอกครบหมดไม่ว่าเนื้อกาแฟเป็นอย่างไร เปรี้ยว หวาน เค็ม แค่ไหน เค้ามีบอกให้หมดค่ะ ถ้าใครยังคิดว่ารสชาติกาแฟยังไงๆก็เหมือนกันอยู่ เดี๊ยนขอบอกเลยว่าผิดค่ะ เพราะถ้าหากคุณดื่มกาแฟมาเยอะประมาณนึงแล้ว คุณต้องแยกออกแน่ๆว่ากาแฟแต่ละชนิดมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แต่ถ้าคุณยังแยกไม่ออกแสดงว่าคุณยังดื่มกาแฟมาน้อยไป จงดื่มต่อไปค่ะ สักวันนึงคุณจะแยกออก แล้วคุณก็จะรู้ดัวยตัวคุณเองว่าคุณชอบกาแฟแบบไหนมากกว่ากัน

ristr8to-coffee06

ristr8to-coffee11

ristr8to-coffee02

นอกจากกาแฟแบบที่มีแหล่งที่มาจากแหล่งเดียวหรือที่เราเรียกว่า Single Origin แล้ว ทางร้านก็ยังมี Blend พิเศษในแบบฉบับของทางร้านเอง จัดเอาเมล็ดกาแฟจาก 3 แหล่ง คือ Ethiopia, Papua New Guinea และ Brazil มาผสมรวมกันตามสัดส่วนทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางร้านค่ะ โดยแก้วที่เห็นในรูปด้านล่างจะเป็นแบบ Flat White นั่นก็คือเป็นแก้วสีขาวที่มีก้นตื้นแต่ปากกว้างกว่าแก้ว Latte ตามปกติ ซึ่งจะทำให้ชั้นของนมที่อยู่ด้านบนมีความหนาน้อยกว่ากาแฟ Latte ในแก้วปกติ ทำให้ผู้ดื่มกาแฟสัมผัสเนื้อกาแฟได้เร็วขึ้น

ร้าน Ristr8to มีจุดเด่นอีกอย่าง คือ เรื่อง Latte Art หรือศิลปะบนแก้วกาแฟนั่นเองค่ะ สังเกตได้จากลายบนกาแฟร้อนแต่ละแก้วไม่ธรรมดากันเลยทีเดียว การันตีฝีมือและคุณภาพจากรางวัลที่ Barista คนเก่งไปคว้ารางวัลมาจากเมืองนอกเมืองนานั่นก็เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า คนไทยหากตั้งใจทำอะไรแล้วก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ เจ้าของร้านบอกกับทีมงานว่าหากมีลูกค้าท่านไหนอยากให้ทำ Latte Art ลายพิเศษให้ หาก Barista ทำได้ก็ยินดีทำให้ด้วยความเต็มใจค่ะ เป็นความท้าทายและให้ Barista ได้ฝึกฝนฝีมือไปด้วยในตัว

ristr8to-coffee12

ขนมทานแกล้มกับกาแฟที่ร้านนี้จะเป็นวาฟเฟิลจิ้มกับแยมและไซรัป ง่ายๆค่ะ แต่อร่อย ไม่มีเค้กให้บริการเหมือนร้านกาแฟอีกหลายๆร้าน แต่แค่นี้ก็โอเคแล้วค่ะ เอาไว้ให้ลูกค้าทานคู่กับกาแฟแก้หิวได้ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านนี้จะสั่งแต่กาแฟนะคะเพราะต้องการสัมผัสถึงรสชาติของกาแฟอย่างแท้จริง การทานกาแฟคู่กับอย่างอื่นจะทำให้ลิ้นของเรารับรสชาติของกาแฟเปลี่ยนไปจากเดิม อย่างไรก็ตามคนที่ติดการดื่มกาแฟคู่กับขนมก็สามารถสั่งขนมมาทานได้ค่ะ ไม่มีข้อห้าม และทางร้านก็ไม่ดุนะคะ ไม่ต้องกลัวไป

ristr8to-coffee04

 

ท้ายสุดนี้ก็ขอฝากไว้ว่า ร้านกาแฟในปัจจุบันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแต่ร้านที่ลูกค้าคาดหวังเพียงแค่ฝากท้องหรือหากาแฟดื่มกันแก้ง่วง แต่ลูกค้าหลายๆคนยังคงตามหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต แรงบรรดาลใจในการทำงาน หาเพื่อนคุยใหม่ๆ ดื่มด่ำกับบรรยากาศและสถานที่ในบรรยากาศที่เป็นมิตรภาพ เราเชื่อว่า Ristr8to Coffee เป็นร้านกาแฟร้านหนึ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ให้ลูกค้าได้ เราขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

ristr8to-coffee09

ristr8to-coffee14 ristr8to-coffee15

ristr8to-coffee01

ขอขอบคุณ Google ที่ช่วยเอื้อเฟื้อแผนที่นำทางนะคะ


View Larger Map