อิ่มอร่อย ราคาประหยัด ข้าวต้มทุ่งโฮเต็ล

tung-hotel-boiled-rice007

หากนึกถึงเชียงใหม่ หลายคนคงนึกถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมเก่าแก่สวยงามที่มองเห็นได้หลายจุดทั่วตัวเมือง นอกจากด้านการท่องเที่ยวแล้ว เชียงใหม่ยังเป็นเมืองแห่งของอร่อย และมีอาหารการกินให้เลือกมากมายหลายอย่าง แม้จะยากจนอย่างไรคุณก็ไม่มีวันอดตายที่เชียงใหม่ หากรู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ว่าแต่เราจะใช้ชีวิตให้พอเพียงได้อย่างไร เพราะชีวิตคนเมืองถูกกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่สัมผัสได้ว่าการจ่ายเงินออกไปแต่ละครั้งแต่ได้ของกลับมาน้อยลง ๆ  เพื่อให้พวกเรายังคงอยู่รอด ต้องร่วมมือกันประหยัดกันตั้งแต่วันนี้แล้วค่ะ เพราะความประหยัดจะช่วยให้เราไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟื่อย ช่วยให้รู้จักไตร่ตรองก่อนตัดสินใจจับจ่ายตามความต้องการอย่างสร้างสรรค์ ^^” ประหยัดมีแต่ประโยชน์ ไม่มีโทษนะคะ

ใกล้ช่วงกลางเดือนแบบนี้ ขอส่งร้านอาหารราคาประหยัดเพื่อสู้กับค่าครองชีพในปัจจุบันกันสักหน่อย “ร้านข้าวต้มทุ่งโฮเต็ล” ร้านอร่อยราคาสบายกระเป๋าเริ่มต้นเพียงจานละ 10 บาท แต่เดิมจะร้านเล็ก ๆ ปลูกเป็นเพิงใต้ต้นมะขาม ริมถนนทุ่งโฮเต็ล แต่ปัจจุบันย้ายเข้าไปอยู่ด้านในซอยอีกเล็กน้อย การเดินทางมาที่ร้าน จากสามแยกสถานีรถไฟ(ถนนเจริญเมือง) ให้ขับตรงไปอีก 100 เมตรแล้วเลี้ยวซ้ายตรงแยกไฟแดง เพื่อเข้าสู่ถนนทุ่งโฮเต็ล ขับไปอีก 200 เมตร ก็เตรียมเลี้ยวขวาเข้าซอยไปอีกเล็กน้อย ก็พบ “ร้านข้าวต้มทุ่งโฮเต็ล” แล้วค่ะ

tung-hotel-boiled-rice1 tung-hotel-boiled-rice2

ย้ายเข้ามาด้านในสงบจากเสียงรถขึ้นเยอะเลย ร้านยังคงเป็นลักษณะเพิงแต่มุงสักกะสีเพื่อความแข็งแรงมากขึ้น จัดแต่งเรียบง่าย ดูสะอาดเรียบร้อย และน้ำดื่มสะอาดก็บริการตัวเองได้เลย มาถึงที่ร้านตอนสาย ๆ ลูกค้ารอบเช้าเริ่มบางตา ส่วนลูกค้ารอบเที่ยงค่อยๆ ทยอยเข้ามา ในร้านเลยยังไม่แออัดมากค่ะ ทางร้านจะจัดอาหารแห้งใส่จานวางซ้อนกันเป็นชั้น เพื่อรอรับการสั่งอาหารของลูกค้าตลอดเวลาค่ะ

tung-hotel-boiled-rice3 tung-hotel-boiled-rice4

จับฉ่ายหม้อใหญ่ส่งกลิ่นหอมฉุยอยู่บนเตา เรียกร้องแว่ว ๆ มาว่า ต้องกินผักด้วยนะ อย่ามัวมองแต่เนื้อ ๆ ในตู้ จนลืมสั่งฉันมากินด้วยนะ ^^”

tung-hotel-boiled-rice9

รายการอาหารจะแบ่งช่วงราคาเป็นกลุ่ม ๆ
กลุ่มแรก ผักและไข่จานละ 10 บาท
กลุ่มสอง ไก่ เนื้อหมูและเครื่องใน 20 บาท
กลุ่มสาม ปลาเริ่มต้นที่ 30 บาท ส่วนข้าวสวยและข้าวต้มชามละ 5 บาทค่ะ

tung-hotel-boiled-rice10

tung-hotel-boiled-rice6

ไม่ว่าจะทานอาหารอะไร ก็ต้องมีน้ำจิ้มมาคอยเสริมรสชาติ ถามว่าทำไมถึงขายดี เพราะส่วนหนึ่งเด็ดมาจากน้ำจิ้มเนี่ยแหละค่ะ เติมได้ตามต้องการแต่ขอทานให้หมด

tung-hotel-boiled-rice13

ต้มจับฉ่ายรวมผักใบเขียว กะหล่ำปลี และขาหมูพะโล้ ชามละ 10 บาทต้มบ่มแก๊สจนผักเปื่อย น้ำซุปหวานน้ำต้มกระดูก แถมต้มจืดมะระผักกาดดอง มะระทำเป็นจึงไม่มีรสขมเลยค่ะ ชามละ 10 บาท ส่วนอีกจานเป็นไส้ชิ้นโต แต่ไม่แน่ใจว่าเพื่อนสาวสั่งอย่างไร จึงมีผักโปะหน้ามาให้ด้วย ไส้หมู แอบดมแล้วไม่มีกลิ่น ล้างจนสะอาดรสชาติจึงดี จิ้มน้ำจิ้มยิ่งอร่อย จานนี้ 20 บาทค่ะ

tung-hotel-boiled-rice11 tung-hotel-boiled-rice14

หมูกรอบชิ้นใหญ่ปนมันเพียงเล็กน้อย นุ่มกรุบ ๆ ไม่เหนียวเลยค่ะ จานนี้ราคา 20 บาท ส่วนยำไข่เค็มรสดี ราคา 10 บาท

tung-hotel-boiled-rice15 tung-hotel-boiled-rice12

การสั่งของกลุ่มที่ 1 คือ พวกผัก กุญเชียง กุ้งแห้ง และไข่เค็ม หากบอกว่าขอยำ ทางร้านก็จะยำให้แต่คิดราคาเดิมที่ 10 ต่อจานค่ะ หันไปถามข้อมูลทางร้านให้หายสงสัยเพียงครู่เดียว เพื่อนสาวก็แอบสั่งหมูกรอบมาอีกจานละค่ะ ความสุขของคนอ้วน ^^”

tung-hotel-boiled-rice8

อาหารที่นี่ราคาไม่แพงแถมยังอร่อย สะอาดใส่ใจทุกรายละเอียดจริง ๆ ค่ะ ระหว่างทานอาหารก็แอบฟังบทสนทนาระหว่างคุณลุงและลูกค้าเก่าแก่ (นั่งติดกับเราพอดี) ที่แอบแซวว่า ไม่ได้มาเสียนาน ที่ร้านรวยใหญ่แล้ว  คุณลุงหัวเราะเบา ๆ ตอบลูกค้าสูงวัยว่า ไม่ได้รวยอะไร ขายของราคานี้ ขอแค่ขายให้หมด เราอยู่ได้ ลูกค้าจ่ายไหว ก็พอแล้ว ^^” คิดว่าเสน่ห์ที่มากกว่าความอร่อย คงมีความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อแบ่งปันของคนขายด้วย ที่ทำให้ร้านอยู่มาได้อย่างยาวนาน

tung-hotel-boiled-rice5

สั่งจนเต็มโต๊ะ (แต่ทานจนหมดไม่เหลือนะคะ ^^”) ราคาไปไม่ถึง 100 บาท เพื่อนสาวสั่งข้าวเปล่าและข้าวต้มเพิ่มตลอด อ้างว่ากับข้าวในแต่ละจานคนขายตักให้เยอะจนทานไม่หมด จำเป็นต้องสั่งข้าวมาทานคู่กับกับข้าวที่เหลือเรื่อย ๆ ที่บ้านเคร่งการกินกับต้องร่วมกับข้าว ไม่งั้นจะกินไม่เป็น (ชีวิตที่น่าสงสาร ของเพื่อนสาวตัวอ้วนพี)
เรื่องเวลาเปิด ปิด และวันหยุดร้าน ขอติดไว้ก่อนนะคะ จะเช็คข้อมูลมาแจ้งเพิ่มเติมให้ภายหลัง จะได้ไปทดลองอาหารอิ่มอร่อยเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพในราคาสบายกระเป๋ากันค่ะ (เพื่อนบอกแต่เพียงว่าเดิมร้านเปิดประมาณ 8.30 น. ย้ายร้านมาใหม่ยังไม่แน่ใจข้อมูล เพราะไปวันไหนร้านก็เปิดรออยู่แล้ว!!!)

ที่สุดแล้วการดำรงอยู่ด้วยวิถีพอเพียง คือภาพสะท้อนของสังคมเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันถ้อยทีถ้อยอาศัย ยอมรับความเป็นจริงของสังคมว่ายังต้องมีการแข่งขัน แต่ก็สามารถหาจุดยืนให้ได้ ภายใต้คำว่า “พอเพียงและต้องอยู่ได้อย่างยั่งยืน” มาถึงตรงนี้น่าจะจุดประกายให้ใครหลายคนหันกลับมาทบทวนและหาทิศทาง เพื่อวางแผนการใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความเป็นคนเมืองในรูปแบบไหน ได้บ้างนะคะ ^^”

แผนที่เผื่อไปไม่ถูกค่ะ

View Larger Map